Review Samsung Galaxy Tab 7.0 Plus – เหล้าใหม่ในขวดทรงใหม่

Share Button

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2554 ผมได้รับคำเชิญจากทาง Samsung ประเทศไทยให้ไปเข้าร่วมฟังการแนะนำโทรศัพท์และ Tablet ตัวล่าสุดที่จะเอามาวางขายในไทย 2 รุ่น ได้แก่ Samsung Galaxy Nexus และ Samsung Galaxy Tab 7.0 Plus โดยงานนี้เต็มไปด้วยผู้คนคุ้นหน้าคุ้นตาในแวดวง Blogger มือถือ(ตามเคย) และทางซัมซุงก็ได้แจกเครื่องทั้ง 2 รุ่นให้เหล่า Blogger ได้กลับไปลองเล่นกัน (พี่ปอง @jakrapong บอกว่าให้ส่งคืนด้วย อย่าเอาไปแล้วไปลับ ฮ่าๆ)

สำหรับรุ่นที่ผมได้มาลองใช้งาน ได้แก่ Galaxy Tab 7.0 Plus ครับ ลองดูครับว่าสาวกผลไม้อย่างผมจะมีมุมมองอย่างไรบ้าง ^_^

จับเครื่องครั้งแรก

ต้องบอกก่อนว่าผมเคยมีโอกาสจับ Galaxy Tab 7.0 ตัวแรกมาบ้างแล้ว แล้วรู้สึกว่าวัสดุ กิ๊กก๊อกมากๆ เป็นหนาๆ เหลี่ยมๆ แต่พอมารอบนี้กลับรู้สึกตรงข้ามหมดเลยเพราะมันทำให้มนและบางขึ้นกว่าเดิมพอสมควร และวัสดุที่ใช้ก็ดีขึ้นด้วย(มั้งนะ)

ตัวที่ผมได้มาลองใช้ เป็นรุ่นความจุ 16GBครับ ซึ่งคิดว่าน่าจะมีเอาเข้ามาขายในไทยเพียงแค่ขนาดเดียว เพราะจากใน Spec แล้วจะมี 2 ความจุคือ 16GB และ 32GB

มาดูรอบตัวของ 7.0 Plus กันครับ

ด้านบนมีรูไมค์กับช่องเสียบหูฟัง 3.5 นิ้ว


ดัานข้างเป็นที่เสียบซิมขนาดทั่วไป และที่เสียบ MicroSD ใส่ได้มากสุด 32 GB (เยอะมาก) และอีกด้านจะเป็นปุ่มเปิด-ปิดหน้าจอ/เครื่อง และปรับเสียง

ส่วนด้านล่างเป็นช่องเสียบสาย USB (ลักษณะคล้ายๆกับค่ายผลไม้ แต่ใช้งานร่วมกันไม่ได้ *แหงหล่ะ) และรูรับไมค์อีก 1 ช่องไว้คุยเวลายกหูและอัดวิดิโอ

ภายในอัด CPU 1.2GHz dual-core processor, Ram 1GB, หน้าจอมีขนาด 7 นิ้ว ความละเอียดเท่ากับรุ่นเดิมคือ 1024×600 พิกเซล WSVGA

กล้องด้านหลังความละเอียด 3 ล้านพิคเซลพร้อม LED Flash และด้านหน้าเป็น 2 ล้านพิคเซล(ละเอียดกว่าตัวเดิม 1 ล้าน)

คลื่นโทรศัพท์ที่รองรับ เพิ่มการรองรับ 3G เป็น HSPA +21 แต่ต้องเชคเหมือนรุ่นก่อนว่าเครื่องที่ซื้อสามารถรองรับ 3G ของค่ายไหนนะครับ ตรงนี้สำคัญเลย

ส่วนรายละเอียดทุกซอกมุมของ Spec 7.0 plus ดูในเวป Samsung หล่ะกันครับ Galaxy 7.0 Plus spec

การควบคุมการทำงาน

โดยปกติแล้ว Android จะมีปุ่มให้กดที่ตัวเครื่องใต้หน้าจอ แต่ 7.0 Plus จะไม่มีปุ่มให้กดบนตัวเครื่อง แต่จะฝังอยู่บนหน้าจอเลย ซึ่งหลักๆ ก็มี Back , Home, Task , Screenshot (ไม่ต้อง root เครื่องก็มีมาให้แล้ว ไชโย!) และด้านขวาก็จะเป็นส่วนการเข้า Setting ต่างๆครับ

ยกมารับสายได้แล้ว

จุดหนึ่งที่ถูกปรับปรุงจากรุ่นก่อนและเป็นปัญหาอย่างมาก นั่นคือการรับโทรศัพท์ ซึ่ง 7.0 Plus แก้ปัญหาตรงนี้แล้วด้วยการทำช่องลำโพงรับสาย ให้เราสามารถกดรับโทรศัพท์และพูดคุยได้เลย ซึ่งถ้าถามว่ามันใหญ่เทอะทะไปไหม ผมว่าสำหรับผู้หญิง ผมถือว่าใหญ่นะ ส่วนชายไทยทั้งหลาย ผมว่ามันก็เข้ามือดีนะ

…หรือเพราะผมมือใหญ่ ???

สำหรับหน้าจอโทรศัพท์ บิ๊กบึ้มครับ เลือกได้ว่าจะใช้การยกหู หรือใช้ Speaker หรือหูฟัง Bluetooth ในการสนทนา


การพิมพ์ข้อความ

สามารถพิมพ์แบบ Keyboard ทั่วไป และสามารถการลาก Swype ซึ่งไม่ต้องลง App เพิ่มครับ (นี่แหละข้อดีของ Android ที่ผมชอบ)

Social Hub ที่เดียวจบ

ใน Samsung รุ่นใหม่ๆ มี App ชื่อว่า Social Hub ใน Tab 7.0 plus มี Social Hub ที่ที่เชื่อมต่อกับ Facebook และ Twitter เราสามารถอ่านข้อความที่เกิดขึ้นจากทั้งสองที่ ผ่านหน้า Feed และสามารถ Update status ให้ไปโผล่ทั้ง 2 ที่พร้อมกัน

Android Market และ Samsung Apps

เป็นปกติอยู่แล้วที่ Android ย่อมคู่กับ Android Market แต่ส่วนที่พิเศษขึ้นมานั่นคือ Samsung Apps ซึ่งเป็นการรวบรวม App โดยทางซัมซุง แยกออกต่างหากจาก Android Market เพื่อให้เลือกใช้งานได้ง่ายขึ้นนั่นเอง ซึ่งผมมองว่า เข้า Android Market ดีกว่า ได้เลือกตัวเลือกเยอะด้วย

ดูหนัง+ฟังเพลง

 


ตัวเครื่องนั้นรองรับการใช้งานหูฟังขนาด 3.5มม. ดังนั้นจึงสามารถเอาหูฟังทั่วๆ ไปได้สบายๆ แต่พอเปลี่ยนมาฟังผ่านลำโพง เสียงที่ออกมาจาก Speaker ให้เสียงที่ดัง แต่พอปรับสุดแล้ว เริ่มมีอาการแตกออกมาอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งน่าจะมีผลในระยะยาว และสามารถเปลี่ยนเสียงเป็น 5.1 ได้ แต่ก็ไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่

การดูหนังผ่านทั้ง Youtube หรือจากไฟล์โดยตรงผ่าน App Video Player สามารถทำได้โอเคครับ ไฟล์ที่ผมเอามาลองก็จะเป็น .mp4 สามารถเปิดดูได้หมดครับ ส่วน mpg, avi เปิดไม่ได้ผ่าน App นี้ และเปิดเป็นระบบเสียง 5.1 ได้เหมือนกันกับการเปิดเพลงครับ

แถมยังสามารถเอาวิดิโอ หรือคลิปที่เราเปิดอยู่แชร์ผ่านช่องทางต่างๆ ได้

แต่ถ้าอยากดูพวก mpg หรือ avi ก็ต้องใช้ App อื่นช่วยครับอย่าง MX Video Player

การอ่านเวป+อ่านหนังสือ

การใช้งานเล่นเวป Internet สามารถอ่านและใช้งานได้อย่างสะดวกทั้งแนวตั้งและแนวนอน โดยแบ่งแต่ละหน้าด้วย Tab สามารถย่อ-ขยายผ่านการหุบ-ขยาย 2 นิ้ว และที่น่าสนใจคึอการขยายด้วยการแตะที่หน้าจอ 2 นิ้ว แล้วยกขึ้นมาอ่าน เดี๋ยวจะได้เห็นในคลิปวิดิโอรีวิวครับ

การอ่านหนังสือหรือ PDF ถ้าไม่นับความเฉียบขาดของการแสดงผลบน Kindle (ผมให้ Kindle ชนะขาดเพราะความเป็น e-ink) แล้ว Tab ทำออกมาได้ไม่เลวครับ เพราะข้อดีของมันคือถืออ่านมือเดียวไม่เมื่อยเท่า iPad ด้วยน้ำหนักเครื่องที่เบา อย่างน้อยๆ มันก็หล่นลงมาฟาดหน้าผมเจ็บน้อยกว่า iPad หล่ะครับ -_-”

การถ่ายรูป

ที่ชอบมากที่สุดในสามโลกคือ Shutter เร็วมากถึงมากที่สุด (ถ้าไม่เปิดแฟลชถ่าย)

Function การถ่ายรูปมี Auto-Focus มาให้พร้อม หรือจะเลือก Focus ตามตำแหน่งได้ด้วยการแตะที่หน้าจอ

การถ่ายรูปสามารถถ่ายได้ 4 แบบคือ แบบถ่ายธรรมดา, จับยิ้ม, Panorama และแบบ Action

และการถ่ายภาพแบบพานอราม่าโดยถ่ายเป็น 8 รูปต่อเนื่องโดยที่กด Shutter เพียงครั้งเดียวที่จุดเริ่มต้น แล้วเลื่อนแพนไปทางที่ต้องการ สะดวกโคตร! และได้ภาพสวยงามจริงๆ ลองดูเลยครับ

แถมยังมียิ้มแล้วถ่ายให้อัตโนมัติ (กด shutter ไว้ก่อนนะ) และแบบวัตถุเคลื่อนที่เร็วๆ อันนี้ผมทำไม่เป็นแฮ่ะ ได้รูปออกมาเละทุกที -_-”

สีของภาพถ่ายที่ได้ซีดจากของจริงอยู่เล็กน้อยครับ แต่ถือว่าพอทน แต่…

สิ่งที่ทำได้ไม่ดีเลยคือการถ่ายภาพกลางคืนหรือที่ที่แสงน้อย ออกมาเละเทะมาก แต่ถ้าถ่ายตอนกลางวันหรือที่ที่มีแสงโอเค กินนิ่มเลย ถ่ายออกมาสม 3 ล้านจริงๆ

ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 2 ล้าน ไม่มี Auto-focus สำหรับไว้เชคความหล่อความสวย และเล่น Skype ครับ ทำได้ในระดับแค่พอไหว คือพอให้เห็นว่าอะไรตาหูจมูกปาก เท่านั้นครับ ความชัดผิดกันกับกล้องหลัง

ถ่ายวิดิโอออกมาด้วยความละเอียด HD 720 ซึ่งผมว่าให้มาน้อยไปหน่อยนะ โดยการถ่ายจะมีจำนวนเวลาที่สามารถถ่ายได้ซึ่งเท่ากับจำนวนพื้นที่ที่เหลือในเครื่อง

ความทนทานในการใช้งาน

ด้วยขนาดแบต 4000mAH ที่มีมาให้ สามารถใช้งานผ่าน 3G และ Wifi 1 วันเหลือแบตประมาณ 20% ครับ นั่นคือเหมาะกับการใช้งานได้วันนึงแบบสบายๆ …แต่ถ้าจะให้ดี พก Mobile Booster เผื่อไว้ก็ดีครับ

มาดูวิดิโอรีวิวสั้นๆ กันครับ

บทส่งท้าย

ถ้าคุณต้องการ Tablet ที่เล็ก เบา พกพาง่าย และใช้เป็นโทรศัพท์ได้ด้วย Tab 7.0 plus น่าจะเป็นคำตอบที่ดีมากคำตอบหนึ่ง แต่ถ้าคุณใช้เล่นเนตมากกว่า หน้าจอ 7 นิ้วอาจจะเล็กเกินไปหน่อยในการใช้งานครับ อาจต้องมองรุ่นที่มีขนาดจอใหญ่เพิ่มขึ้น แต่ก็ต้องแลกกับขนาดพกพาที่ใหญ่ตามด้วย

…ข้อเสียของ Tab 7.0 plus ที่นอกเหนือจากเรื่องกล้องแล้ว ขอยกให้เรื่องการเสียบซิมครับ ในทุกครั้งที่มีการเสียบหรือถอดซิม เครื่องจะ Restart ทุกครั้งไป ตรงนี้ไม่แน่ใจว่าเพราะ OS 3.2 เอง หรือเป็นที่อะไรกันแน่ และเวลาซื้อต้องเชคระบบที่รองรับด้วยนะครับว่าสนับสนุน 3G คลื่นไหนด้วยเหมือน Galaxy Tab ตัวแรก

และคำถามสุด classic …ถ้าถามผมว่า iPad2 กับ Tab 7.0 plus เอาอะไรดีด้วยราคานี้(เพราะมันเท่ากัน) …iPad2 ยังมีภาษีดีกว่านิดๆ ครับในแง่การใช้งาน ทั้งนี้ทั้งนั้นมันขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคนจริงๆนะ

ราคาอย่างเป็นทางการในไทยคือ 15,900 บาท (ก่ะเอามาชนกับผลไม้แบบจังๆ) ใครสนใจ Tablet ขนาดพอดีมือพกง่าย ลองไปเล่นกันนะครับ

ขอบคุณ Samsung ประเทศไทยที่เอื้อเฟื้อเครื่องมาให้รีวิวครั้งนี้ด้วยครับ ^^

Share Button

Comments

comments

List of Comments

  1. Tickypatch 

    จะดูหนังซีรี่และหนังทางเวปเบราเซอร์แต่มันมาแต่เสียงค่ะ ลงแอปช่วยแล้วก็ยังไม่ได้ ทำไงดีคะ

Leave A Comment