#dtacAccelerate 2.0 เปิดตัว 5 ทีมสุดท้าย เตรียมเข้า boot camp 90 วัน

Featured Image
Share Button

จากวันเริ่มเปิดรับสมัครจนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลากว่า 2 เดือน ในที่สุดโครงการ dtac Accelerate 2.0 ก็ได้ทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายที่จะเข้าไปทำ workshop รวมทั้งจะได้เจอที่ปรึกษาตลอด 90 วันเต็ม โดยมีทีมที่เข้ารอบทั้งหมด 5 ทีม

การคัดเลือกนั้นผ่านการตัดสินด้วยหลักเกณฑ์ต่างๆ จากเหล่าคณะกรรมการไม่ว่าจะเป็น ประสบการณ์การทำงาน, การแก้ไขปัญหา, Passion ในการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ Startup, มีความโดดเด่นในสิ่งที่พัฒนาอยู่, มีการวางแผนการทำตลาดและโมเดลธุรกิจในการทำอย่างชัดเจน และสามารถเกิดขึ้นได้จริง จนได้ทีมที่เข้ารอบสุดท้าย โดยในปีนี้ dtac มีการแบ่งเป็น 2 ประเภทได้แก่ Accelerate หรือมีผลงานที่พัฒนาเสร็จเรียบร้อยแล้วพร้อมจะต่อยอด และ Incubation หรือทีมที่มีไอเดียในการพัฒนาที่น่าสนใจ

dtac_8647

สำหรับทีมที่เข้ารอบประเภท Acceleration ได้แก่

  • Anywheretoclaim แอปนี้น่าจะช่วยคนกรุงเทพที่มีรถยนต์ได้เป็นอย่างดี เพราะแอปพลิเคชั่นสำหรับเจ้าของรถที่สามารถเคลมประกันได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเจอเหตุการณ์ เช่น ช่วยตรวจสภาพรถ, ชนแล้วแยก, ชนไม่มีคู่กรณี หรือจะแจ้งอุบัติเหตุ
  • FastinFlow แอปพลิเคชั่นเพื่อการวิจัยทางการตลาด ที่เป็นตัวกลางในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างได้อย่างรวดเร็วและเป็นจำนวนมาก สามารถหาข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคได้ภายใน 5 นาทีผ่านการทำแบบสอบถาม โดยมีกิมมิกการใช้งานด้วยสะสมแต้มในแอปเพื่อนำมาแลกของรางวัล
  • Piggipo แอปพลิเคชัน ที่จะช่วยบริหารจัดการเรื่องการใช้จ่ายบัตรเครดิต ตรวจสอบได้ตลอดเวลาว่าใช้เงินไปแล้วเท่าไร พร้อมทั้งกำหนดและแจ้งเตือนการชำระเงินได้

ส่วนอีกประเภท คือ Incubator ได้แก่

  • Drivebot เป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยดูแลรักษารถยนต์และการใช้นำมัน เพื่อเพิ่มอายุการใช้งานของรถยนต์ได้มากยิ่งขึ้่น
  • Storylog สื่อกลางในการเล่าเรื่องราวและแชร์ประสบการณ์ รวมทั้งการสร้างแรงบันดาลใจ

ทุกทีมจะได้รับการสนับสนุนจาก dtac ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ co-working space ที่ dtac และได้รับเงินทุนเริ่มต้นทีมละ 500,000 – 1,500,000 บาท และมีที่ปรึกษาจากต่างประเทศที่มีชื่อในวงการ Startup มาพูดและให้คำปรึกษา อาทิเช่น

  • Bill Reichert co-founder Garage Technology Venture จะมาพูดในหัวข้อ  The Art of Startup, Art of Business Model, Getting to wow, Art of fund raising และ Art of Team building
  • Jeffrey Paine co-founder Golden Gate Venture จะมาพูดในหัวข้อ Key Success Factors and First Feedbacks
  • Nir Eyal ผู้เขียนหนังสือ Hooked มาพูดในหัวข้อ How to create Habit-Forming Product
  • Neil Patel co-founder KissMetrics มาพูดเรื่อง Growth Hacking

 นอกจากนั้นยังมีการให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายและการเงินจาก ไพรซ์วอเทอร์เฮาส์คูเปอส์ PwC พร้อมทั้งมีโอกาสเข้าร่วมโครงการ Blackbox Connect ที่ Silicon Valley เป็นเวลา 2 สัปดาห์ และเข้าร่วม Pitch กับ VC ที่สิงคโปร์และญี่ปุ่น เมื่อเรียบร้อยแล้วทาง dtac ก็จะยังสนับสนุนการทำการตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าของ dtac และกลุ่ม Telenor ที่มีมากกว่า 150 ล้านคนทั่วโลก

สำหรับการเข้า Boot camp จะใช้เวลา 90 วัน และจะมีวัน Demo Day ในการนำเสนองานหลังจากผ่านการให้คำปรึกษาและ workshop มาแล้ว โดยมีคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องในวงการระดับโลกมาร่วมตัดสิน

ต้องรอติดตามกันว่าแต่ละทีมจะเป็นอย่างไรบ้างเมื่อมีผู้เชี่ยวชาญมาให้คำแนะนำ ซึ่งจะนำมาเสนอเป็นระยะๆ ครับ

บทความนี้เป็น Advertorial

Share Button

Comments

comments

List of Comments

No comments yet.

Leave A Comment