ตามรอยสถานที่ถ่าย MV มะลิ CGM48 ที่เชียงใหม่

หลังจากที่ผมเคยตามรอยเพลงของวง CGM48 ทั้ง Chiang Mai 106 และ Melon Juice ซึ่งเป็นเพลงหลังของทั้ง 2 Single ไปแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาตามรอยเพลง Single ที่ 3 ของวง ด้วยความที่เพลงนี้เป็นเพลง Original Song ที่มีการทำใหม่หมดตั้งแต่คำร้องและทำนอง ไม่เหมือนกับก่อนหน้าที่ใช้เพลงจากทางญี่ปุ่นเป็นหลังแล้วเอามาแปลเป็นไทย เลยทำให้เพลงนี้พิเศษกว่าและดูน่าสนใจกว่าเดิม เพลงนั้นก็คือ มะลิ

มะลิ ถือว่าสร้างปรากฎการณ์และสร้างความน่าสนใจให้กับคนที่ฟังเพลงได้มาก ด้วยเนื้อเพลงที่เพราะ ฟังแล้วไหลลื่น ทำนองติดหูได้ไม่ยาก ด้วยความที่ทุกอย่างทางทีมไทยเรียบเรียงทุกอย่างเอง นั่นก็เลยทำให้การลงเสียงลงคำเลยเข้าทีกว่าการแปลจากญี่ปุ่นมาเป็นไทย แต่ทำนองและความเป็นญี่ปุ่น ความเป็น 48 ก็ยังคงอยู่ไว้แบบเราไม่รู้สึกว่ามันจะหายไป

แต่สิ่งที่ทำให้น่าสนใจขึ้นไปอีกก็คือ MV ที่ทำออกมาได้สวยงาม มี Story แบบไม่ต้องเยิ่นเย้อ และเป็นตัวแทนในการเล่าความเป็น CGM48 ได้ดีมากๆ ซึ่งความรู้สึกนี้มันเกือบจะเกิดขึ้นตอนที่ผมฟัง Chiang Mai 106 แต่ มะลิ รู้สึกได้เยอะกว่า

ณ เวลาที่ผมเขียนอยู่ตอนนี้ เพลงนี้เพิ่งจะผ่านยอดชม MV 3 ล้านวิวไปหมาดๆ (ในเวลา 25 วันหลังจากเปิดตัว) ก็เลยถือโอกาสนี้พาไปตามรอย MV เพลงนี้กันครับ

แวะอ่านก่อน ปักหมุดตามรอยสถานที่ถ่าย mv เชียงใหม่ 106 และ Melon Juice วง CGM48


เนื่องจากบทความนี้จะมีรูปค่อนข้างเยอะ และมีเนื้อหาพอสมควร ผมเลยทำ index เอาไว้สำหรับข้ามไปยังส่วนที่ต้องการอย่างรวดเร็วครับ


เริ่มหาข้อมูล

เนื่องจากช่วงการเปิดตัวเพลง มีงาน 1st Performance มะลิ ดังนั้นจึงมีคนที่ผมพอจะรู้จักและติดตามวง CGM48 และ BNK48 บินตามไปเชียร์ถึงที่เชียงใหม่ ซึ่ง 1 ในนั้นก็คือเพชร แห่งช่อง Petchphu ผู้คามิ ออม CGM48, โอชิฟอร์จูน CGM48 และโอชิไข่หวาน…และ และ อีกมากมาย (ฮ่าๆ)

รายละเอียดก็เป็นไปตามคลิปนี้ครับ

จากในคลิปก็พบว่า มีข้อมูลสถานที่บอกอย่างชัดเจน นั่นคือ หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ และ หอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่

จาก 2 ที่นี้ ผมเลยหาข้อมูลว่ามันตั้งอยู่ที่ไหน ก็พบว่ามันอยู่ติดๆ กันเลย และเป็นสถานที่ๆ ผมคุ้นเคยมาก เพราะว่าตอนที่มาวิ่งมาราธอนครั้งแรก งานเชียงใหม่มาราธอน ผมปล่อยตัวที่นี่ตรงนี้เลย นั่นคือ พระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์

และฉากใหญ่ที่ไม่ได้ระบุในคลิป ก็คือ พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับ หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ นั่นเอง

ภาพจาก Museum Thailand

ส่วนรูปนี้ผมวงจาก Google Earth ครับจะให้เห็นทำเลแบบจริงขึ้นมาอีกนิด ผมจะวงไว้ 2 ที่เพื่อให้ได้สังเกตคือ ประตูท่าแพ ตำแหน่งที่ถ่าย Chiang Mai 106 และสถานที่ถ่ายทั้งหมด ซึ่งก็จะเห็นว่าไม่ได้ห่างกันมากจากประตูท่าแพ


ผมมีโอกาสได้แวะไปดูทั้ง 3 ที่ ซึ่งส่วนตัวผมเองเป็นคนชอบดูพิพิธภัณฑ์อยู่แล้วเป็นทุนเดิม เลยถือโอกาสไปทำหลายอย่างในครั้งเดียวเลย (ทั้งที่จริงตั้งใจมาตามรอยมากกว่า แหะๆ)

วิธีไป

ให้ตั้งต้นการหาด้วยอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ถ้าหาเจอก็คือเจอแถวนี้แน่นอน หรือจะปักที่โรงเรียนยุพราชก็ได้ครับ

ส่วนที่จอดรถ เท่าที่ผมสังเกต ฝั่งหอศิลปฯ จะมีที่จอดรถค่อนข้างเยอะพอสมควรหรือถ้าไม่งั้นก็สามารถจอดริมถนนได้ฝั่งที่ติดกับหอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ครับ (อย่าลืมดูว่าฝั่งไหนห้ามจอดด้วยนะ เพราะว่าตอนที่ผมไปเจอตำรวจลอคล้อเรื่อยๆ เลย

ส่วนนี่เป็นแผนที่ครับ

เวลาเปิดปิดทั้งสามสถานที่

เปิดวันพุธ – วันอาทิตย์ (ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 08.30 – 16.30 น.
ปิดวันจันทร์ – วันอังคาร อย่างเผลอมา 2 วันนี้นะ

ข้อมูลเพิ่มเติมลองอ่านได้ที่ cmocity.com นะครับ (เว็บทำสวยมากๆๆๆๆ)


หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ และ หอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่

ขอพูดถึงสองที่นี้ก่อนนะครับ เพราะอยู่ฝั่งเดียวกัน ซึ่งจะมีอนุสาวรีย์สามกษัตริย์เป็นจุดสังเกต ซึ่งด้านหลังก็คือหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่

บริเวณรอบๆ สามารถเดินชมได้โดยไม่เสียเงินครับ แต่ถ้าจะเข้าไปด้านในอาคารมีเสียค่าบำรุง 20 บาทครับ ซึ่งถือว่าถูกมาก

แต่!

ถ้าต้องการเข้าไปดูทั้ง 3 ที่ ได้แก่ หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ หอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ และ พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา สามารถซื้อตั๋วได้ในราคาเพียง 40 บาทเท่านั้น แถมยังสามารถดูได้ภายใน 7 วันหลังจากที่ซื้่อบัตร

หมายถึงว่า ถ้าเกิดดูไม่จบหรือสถานที่ปิดก่อน สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ครับว่าเราจะมาดูต่อในวันต่อๆ ไป เจ้าหน้าที่จะเขียนกำกับในตั๋วว่าเราจะมาดูต่อ และในวันที่เรามาดูต่อ ก็เพียงยื่นตั๋วให้เจ้าหน้าที่ดู เราก็สามารถเข้าไปดูได้แล้วครับ

วินาทีแรกของมะลิ

ก่อนจะเข้าไปด้านในของอาคาร มองไปทางด้านซ้าย เราก็เจอสถานที่แรก ซึ่งเป็นวินาทีแรกของ MV มะลิ นั่นคือที่นี่ครับ…

ต้องบอกว่าช่วงที่ผมไปมีงานแสดงศิลปะตั้งตรงนั้นพอดี เลยมีโต๊ะวางอยู่ตรงนั้นครับ

อีกไม่กี่วินาทีถัดมาของ MV จะมีเซ็นเตอร์ คนิ้ง ออกมาจากต้นไม้…ผมหมายถึงโผล่มามอง ฟอร์จูน และมามิ้งค์ กำลังรำอยู่

เป็นต้นไม้ต้นนี้แน่นอนครับ (หันหลังจากฉากแรกก็เจอเลยครับ)

คนิ้งตกบันไดรอบที่…

คราวนี้ต้องเดินมาข้างในของหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่แล้วครับ ซึ่งจะมีฉากหลักหลายๆ ที่มีอยู่ใน MV ซึ่งแน่นอนว่ามีฉากตกบันไดของคนิ้งครับ ซึ่งที่นี่มีบันไดประมาณ 2-3 แห่ง แต่บันไดที่ตกจะเป็นฝั่งซ้ายมือ หรือฝั่งเดียวกับเจดีย์ ถ้าเห็นเจดีย์คือใช่แน่นอน

ภาพที่อยู่ใน MV และในรูปที่ผมถ่ายจะเป็นคนละรูปกัน จะเปลี่ยนไปตามนิทรรศการ ช่วงเวลานั้นครับ

ส่วนด้านนี้ คนิ้งตกแน่นอน

จุดสังเกตที่ทำให้ผมค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นบันไดนี้แน่ๆ ก็คือช่องหน้าต่างครับ และถ้าได้ลองดูจากด้านล่างส่องขึ้นมาก็จะเจอโคมสปอตไลท์อยู่ แต่ใน MV จะมีต้นไม้วางขวางไว้ให้ดูไม่ขัดตา

ทางเดินไปซ้อมรำที่หน้ากระจก

สารภาพว่าตรงนี้ผมไม่ค่อยชัวร์ 100% ว่าใช่ไหมนะครับ เพราะผมพยายามหาขอบไม้ด้านล่างแต่หาไม่เจอ เข้าใจว่าจะเป็นประตูที่ปิดไว้ด้านหลังที่ผมไม่สามารถเข้าได้ แต่ถ้าเทียบทางเดินและต้นไม้ด้านข้างแล้วน่าจะใกล้เคียงที่สุดแล้ว ซึ่งถ้าไม่ใช่ก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้เลยครับ

ตรงนี้จะอยู่ชั้น 1 ของตึกครับ ซึ่งก็ต่อเนื่องจากการตกบันไดนั่นเอง รายละเอียดที่แตกต่างก็คือป้ายของทางด้านบนที่น่าจะมีการถอดออก และเก้าอี้ด้านข้างที่ยกออกเพื่อให้คนิ้งเดินสบายขึ้นนั่นเอง

พอเดินสุดทางจะมีกระจกใสบานใหญ่ครับ นั่นคือที่ๆ คนิ้งทิ้งไม้ค้ำแล้วซ้อมรำ โดยมีมามิ้งค์และฟอร์จูนแอบดูอยู่

พักการตามรอย มาดูข้อมูลเล็กน้อยครับ จากที่ผมได้เดินดูก็พบว่ามีการจัดข้อมูลได้น่าอ่านและน่าติดตามมากๆ ที่นึงครับ การแสดงข้อมูลผสมผสานกันทั้งวิดีโอและภาพนิ่ง รวมทั้งสิ่งของประกอบดูแล้วน่าสนใจมาก อยากให้ได้มาเดินกันครับ ใช้เวลาที่นี่ประมาณชั่วโมงก็ได้ครบแล้ว (คืออาจจะเสียเวลาตามรอยมากกว่าหน่อย แต่แนะนำให้มาดูข้อมูลกันจริงๆ ครับ)

หอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่

คราวนี้มาที่หอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ต่อครับ อยู่ติดกันอย่างที่ผมบอกไปครับ ด้วยความที่เป็นพื้นที่ติดกัน ก็จะมีทางเดินเข้าไปโดยไม่ต้องออกจากพื้นที่กำแพงรั้วเลย

มี 1 ฉากใหญ่ช่วงเข้าท่อนฮุคท้ายของเพลง ใน MV รินะตีกลองสะบัดชัยและเซมบัตซึทุกคนแต่งชุดไทยล้านนาที่แตกต่างกันมารำที่นี่

จากรูปด้านบนจะเห็นศาลาด้านขวามือ ให้เดินตรงไปแล้วหันไปทางซ้ายก็จะเห็นทันทีครับ

จากใน MV จะเห็นว่ามีความเอียงด้านขวาประมาณนึง ซึ่งสถานที่จริงจะมีสิ่งกีดขวางอยู่ น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้การถ่ายต้องเอียงเล็กน้อย

ส่วนด้านในของหอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ ต้องบอกว่าจะมีคอนเทนต์ที่ใหม่ขึ้นมาหน่อย เป็นการพัฒนาในยุคที่ใกล้ปัจจุบันมากกว่าที่อื่นๆ สามารถเดินดูและจบได้อย่างรวดเร็ว ราวครึ่งชั่วโมง

พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา

พอจบที่หอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ เดินย้อนกลับมาทางอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ แล้วข้ามถนนมาก็จะเจอกับพิพิธภัณฑ์ล้านนาตั้งอยู่ตรงหน้า ซึ่งเป็นฉากใหญ่ฉากหลักตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ MV เป็นอาคารสีขาวตั้งต้อนรับอยู่

จากรูปที่ผมถ่ายมา จะเห็นว่าใน MV เมื่อเทียบกับตึกจริงมีการลบรายละเอียดบางอย่างไป เพื่อความสวยงามของภาพรวม MV ครับ เช่น ตราครุฑ, ข้อความ “ศาลแขวงเชียงใหม่” ซึ่งเป็นสถานที่ดั่งเดิมก่อนจะเป็นปรับมาเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา ในปัจจุบัน

ส่วนด้านใน เป็นที่ๆ ผมชอบที่สุด เพราะมีรายละเอียดที่ไม่ได้จำเพาะเจาะจงที่เชียงใหม่อย่างเดียวเท่านั้น แค่ครอบคลุมภาคเหนือทั้งศิลปะ วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ ความเป็นมา ข้อมูลที่ได้จากที่นี่ค่อนข้างแน่นมากจริงๆ ผมใช้เวลาที่นี่นานสุดครับ เกือบๆ 2 ชั่วโมง


ทั้งหมดก็เป็นที่ผมไปตามรอยมานะครับ เป็นอีกครั้งที่ทีมทำ MV เลือกสถานที่และทำ MV นี้ขึ้นมาได้ดีมากๆ อีกแล้ว เหมือนกับ Chiang Mai 106 และ Melom Juice เพราะสามารถเลือกและจัดสรรทรัพยากรสถานที่ได้ดีมาก รวมทั้งการเรียบเรื่องเรื่องให้เข้ากับเนื้อเพลงที่ถือว่าเป็นเพลง ‘ท่าไม้ตาย’ ของวงที่จะทำให้คนรู้จักตัวตนของวงได้ดีกว่าเดิม

ไปครั้งนี้เหมือนผมได้ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์มากกว่าการไปตามรอย เพราะที่นี่น่าสนใจกว่าแค่แวะผ่าน อยากจะชวนทุกคนที่ไปเชียงใหม่ได้ลองไปเยี่ยมชมดูนะครับ สักครั้งก็ยังดี

ผมอยากให้มีอะไรแบบนี้ทุกจังหวัดจริงๆ

MV มะลิ

…ท้ายสุดจริงๆ ฝาก MV มะลิ ด้วยนะครับ แค่คุณลองเปิดใจฟัง ผมเชื่อว่าคุณจะชอบ

Exit mobile version