Carpe Diem จงเดินไปข้างหน้าแล้วฉกฉวยเมื่อโอกาสมาถึงตัว

“จงทำวันนี้ให้ดีที่สุด” เป็นสำนวนหรือคำพูดตลอดกาลที่ได้ยินบ่อยๆ ไม่ว่าจะจากนักพูดหรือจากคนรอบตัว ซึ่งเราก็ไม่ปฏิเสธแน่ๆ ครับว่ามันไม่เป็นความจริง เพราะเราไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้มันจะเป็นอย่างไร

ยิ่งการได้ดู Die Tomorrow หนังที่กำกับโดย นวพล ยิ่งทำให้เข้าใจเรื่องการมีวันนี้และทำวันนี้ให้ดีที่สุดมากกว่าเดิม สาเหตุเดิม เพราะเราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร หรือพรุ่งนี้เราอาจจะตายก็ได้ ไม่มีใครตอบได้

Carpe Diem เป็นคำที่ผมเห็นผ่านตาหลายต่อหลายทีแล้ว ได้แต่อ่านแบบผ่านๆ เพราะเดาว่าไม่ใช่ภาษาอังกฤษแน่ๆ แต่ก็ไม่ได้สนใจความหมายของคำนี้เลยแม้แต่น้อย (นี่คือผลของการไม่ยอมไขว่คว้าความสงสัย) จนกระทั่งได้ดูป๋าเต๊ดทอล์ก ตอนที่ คุณบอล What The Duck (Scrubb) มานั่งสัมภาษณ์จึงได้รู้ความหมายของคำนี้

คำนี้อ่านว่า คา เพ เดียม เป็นวลีจากบทกวีในภาษาลาติน โดยมีความหมายเดียวกับภาษาอังกฤษที่ว่า Seize the day โดยความหมายสวยๆ ที่ถูกแปลเอาไว้ว่า จงฉกฉวยวันเวลาเอาไว้

ถ้ามองชีวิตตัวเองย้อนกลับแบบเร็วๆ ผมก็อาจจะเป็นคนประเภทนี้ก็ได้มั้ง แต่พอมองลึกในความเป็นจริงกับชีวิตจริงที่ผ่านมาแล้ว มันไม่ใช่เลย แค่เราโมเมเข้าข้างตัวเองว่าใช่

Carpe Diem มองความหมายเผินก็อาจจะไปคล้ายกับแสลงฝรั่ง YOLO – You Only Live Once หรือแปลเป็นไทยประมาณว่า ชีวิตเดียว ใช้ซะ

แต่พอมาคิดความหมายของ Carpe Diem แล้วมันคือการได้รับหรือมีโอกาสทำบางสิ่งบางอย่าง จงคว้าเอาไว้ เพราะเราไม่รู้ว่ามันจะมีโอกาสนั้นหวนมาอีกหรือเปล่า

หลายครั้งหลายที ผมเคยคิดเสียดายและลงท้ายด้วยคำว่า รู้งี้ (หรือคนชอบเอามาพูดเล่นๆ กันว่า รู้อะไรไม่สู้ รู้งี้) ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึก รู้งี้ อีก เมื่อได้จังหวะได้ทำ ก็ขอให้จงทำ หรือทำอย่างเต็มที่กับสิ่งที่เราตัดสินใจว่าจะลงมือทำ

เราไม่มีทางรู้เลยว่าจะมีโอกาสนี้อีกไหม เราไม่รู้เลยว่ามันจะเกิดขึ้นเหมือนกับสถานการณ์ตรงหน้านี้ไหม

ผมเล่าเรื่องผมเรื่องนึง เกิดขึ้นมาเมื่อ 2-3 ปีแล้ว

ระหว่างผมไถ Facebook ผมเจอโพสต์รายการแฟนพันธุ์แท้ เปิดรับสมัครคนแข่งแฟนพันธุ์แท้ หัวข้อ GDH ซึ่งผมเห็นตอนนั้นแล้วมือชา ตื่นเต้น นี่มันโอกาสที่เราจะได้สานฝันที่เราจะได้ไปแข่งรายการที่เราเคยได้แต่ดูในโทรทัศน์ ผมเลยตัดสินใจลองสมัครดูในตอนนั้น

จริงๆ ตอนนั้นผมแค่กดสมัครก็ฟินชิบหายแล้ว นี่คือโอกาสที่เราไม่ปล่อยออกไป ซึ่งเราก็ไม่รู้หรอกว่าเราจะได้หรือไม่ได้ เพราะเรารู้ว่าคนที่จะมาแข่งรายการนี้ ไม่ว่าจะหัวข้ออะไร เก่งระดับ “โคตรพ่อโคตรแม่” อยู่แล้ว เราเลยไม่หวังอะไรมาก

ผมโชคดีหน่อยที่ผมผ่านเข้าไปถ่ายรายการจริง

ถ้ามองย้อนกลับไป ถ้าผมไม่กดสมัครในตอนนั้น ไม่คว้าโอกาส ผมก็คงเสียดายจนถึงตอนนี้ และไม่น่ามีโอกาสแก้ตัวอีกรอบแน่ เพราะรายการแฟนพันธุ์แท้งดออกอากาศหลังจากตอนที่ผมไปแข่ง 2 เดือนถัดมา

โอกาสมีให้เราได้คว้าเสมอ เราก็มีสิทธิ์เลือกได้เสมอว่าจะหยิบมันมาไหม

แต่ผมเชื่อว่าถ้ามันมีแล้ว ลองทำดูครับ แล้วทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราสามารถ แล้วเราจะไม่เสียดายที่เราคว้าโอกาสนั้นมา

เราจะได้ไม่ต้องบอกกับตัวเองว่า

ห่าเอ๊ย…รู้งี้…

อ้างอิง

http://lepidopterans.blogspot.com/2009/01/cape-diem-seize-day.html
https://adaybulletin.com/article-world-wide-words-carpe-diem/37710