Go Big or Go Home …ฉันขอเลือกกลับบ้านจ่ะ

ออกตัว สำหรับเรื่องนี้ เป็นความเห็นและความรำคาญส่วนตัวของผมแต่เพียงผู้เดียว อาจมีภาษาที่ไม่เสนาะเพราะหู อ่านแล้วชวน unfriend ต้องขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้ ถ้าสนใจก็อ่านต่อ ถ้าไม่สนใจสามารถเลือกเรื่องอื่นๆ อ่าน หรือสามารถปิดหน้านี้ได้ทันทีแบบไม่มีเงื่อนไข ขอบคุณที่อ่านจนจบถึงตรงนี้ครับ

ผมเคยโคตรรรรรเกลียดประโยคนี้มาก เกลียดแบบเข้าไส้ ถึงขนาดได้ยินก็เบือนหน้าหนี ถ้าได้เห็นก็กด Report, Banned, Unfollow ทำมันทุกอย่างที่สามารถกำจัดต้นตอของข้อความหรือเสียง ทุกวันนี้ก็ยังเกลียดแหละแต่ก็น้อยลงกว่าเมื่อก่อนเยอะ แต่ถ้าได้ยินต้นเสียงที่มีความถี่ที่ผมเกลียดอีกครั้ง ผมกลัวว่าตัวเองจะเกลียดกว่าเดิม 555

สาเหตุที่ผมรู้สึกอย่างนั้นอาจจะเพราะช่วงนี้ผมจำเป็นต้องไปเกี่ยวข้องกับวงการสตาร์ตอัปนึง แล้วมักจะได้ยินชุดคำนี้ด้วยน้ำเสียงที่มีอารมณ์ไซโค (Phycho) แบบอวดๆ อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งพอฟังแล้วผมจะออกแนวรำคาญความพยายามคูลของคำนี้ และบ่อยครั้งอยากจะตะโกนกลับไปว่า “กูอยากกลับบ้าน แล้วจะทำไม”

ผมเข้าใจแหละว่าเวลามันมีความฮึกเหิม ทำให้รู้สึกกระตุ้น อยากทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้ใหญ่ขึ้น ใหญ่ไปอีก ทำให้สุด ไม่งั้นก็กลับบ้านไปเถอะ!

ณ เวลานั้นผมไม่อินกับประโยคนี้เลยแม้แต่น้อย นอกจากจะอยากตอบกลับไปแล้ว ผมก็ยังตั้งคำถามด้วยว่าทำไมต้องพูดอย่างนี้แบบบังคับให้มีสองทางเลือก ในเมื่อทางเลือกไม่ได้มีแค่นี้สักหน่อย หรือแค่อยากตั้งประโยคให้มันเท่ คนพูดจะได้ดูคูลขึ้น …น่าจะเป็นอย่างหลังแหละ

หรือจริงๆ แล้วมันก็คงประมาณว่า จะเลือกอะไรก็เรื่องของ…

เพราะเราทุกคนล้วนแล้วอยากทำทุกสิ่งอย่างให้มันดีขึ้นไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ประโยคนั้นผมว่าไม่ช่วยอะไร แต่มันมีทางเลือกที่จะใช้คำและใช้ประโยคที่มันดีกว่านี้เป็นทางเลือก เช่น Better, or Never Go ไรงี้ คืออย่างน้อยให้มันรู้สึกว่ามันดีขึ้นได้นะ ดีกว่าไม่ทำห่าอะไรเลยนอกจากพูดคูลๆ ให้คน Quote แล้วก็จากไป

ผมอาจจะแคร์เรื่องการใช้คำและบริบทของการพูดของคน พร้อมอัดอคติของเจ้าของเสียงนั้นแหละครับ มันเลยเป็นอย่างนี้ 555

จะตอนนั้นหรือปัจจุบันนี้ ถ้ามีสองตัวเลือก ผมก็ขอเลือกกลับบ้านเหมือนเดิม เพราะผมเชื่อว่าบ้านคือทุกสิ่งอย่าง คือแหล่งพลังงาน คือแหล่งพักใจ สำหรับผม เราสามารถเสียบตัวเองเข้าบ้านเพื่อชาร์จแบตร่างกายตัวเอง แม้บางครั้งจะเป็นเวลาไม่นานเมื่อเทียบกับชั่วโมงการที่ต้องอยู่ที่ทำงานก็ตามที

ผมอาจจะเห็นตัวอย่างของคนที่ Go Big แล้วล้มเหลวไม่เป็นท่ากับเบื้องหลังโดยเฉพาะเรื่องครอบครัวบ่อยๆ มันเลยเป็นสิ่งที่ผมทดไว้ในใจมาอยู่เสมอถึงการเลือกหากจำเป็นต้องเลือก

ถึงทุกวันนี้จะได้ยินคำนี้บางลงจากเมื่อก่อน แต่ก็ยังพอจะได้ยินนานๆ ที มันเลยชวนให้นึกถึงความรู้สึกตัวเองในตอนนั้นได้อยู่บ้าง

แต่ใครใคร่อยากจะ Go Big หรือจะเลือก Go Home ก็แต่ตามสะดวกเลยครับ เพราะสถานะและสถานการณ์ของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน เราแค่เข้าใจตัวเองและรู้ตัวเองเสมอ ไม่ว่าจะเลือกอะไรก็เป็นสิทธิของคนคนนั้น

…อย่าไปเที่ยวบังคับใครโดยเฉพาะบังคับใจคนอื่นเขาเลยเนอะ

Message us